บทที่ 1?

1 "แนะนำรายวิชา แยกและย่อยปัญหา" "บรรยายผ่านระบบออนไลน์ ร่วมอภิปราย" "บันทึกใบความรู้" 2 "การหารูปแบบ คิดเชิงนามธรรม ออกแบบขั้นตอนการแก้ปัญหาการวิเคราะห์องค์ประกอบเพื่อสร้างผลงานใหม่" "บรรยายผ่านระบบออนไลน์ ร่วมอภิปราย" "แผนผังกระบวนการสร้างดิน" 3 อธิบายรูปแบบ ความสัมพันธ์ของสิ่งของหรือปัญหา "บรรยายผ่านระบบออนไลน์ ร่วมอภิปราย" บันทึกใบความรู้ 4 แยกคุณลักษณะที่สำคัญออกจากรายละเอียด "บรรยายผ่านระบบออนไลน์ ร่วมอภิปราย" "บันทึกใบความรู้ แผนภาพชั้นดิน"
การแก้ปัญหา

คือกระบวนการการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ (Systematically) และมีประสิทธิภาพ (Efficiently) สามารถแก้ปัญหาได้รวดเร็ว ใช้ทรัพยากรน้อย โดยศึกษาถึงสาเหตุที่มาของปัญหา ซึ่งจะมีลักษณะแตกต่างกัน และคิดค้นหาวิธีการที่เหมาะสมที่สุดเพื่อจะแก้ไข การคิดหาวิธีการโดยการศึกษาหาความรู้จากแหล่งต่าง ๆ แล้วจึงตัดสินใจเลือกวิธีที่ดีที่สุดในการตัดสินใจนั้น นอกจากวิธีการแก้ปัญหาที่ยกตัวอย่างมาซึ่งได้แก่  วิธีการลองผิดลองถูก  การใช้เหตุผล  การใช้วิธีขจัด  ยังมีวิธีการแก้ปัญหาอีกมากมายที่ผู้แก้ปัญหาสามารถเลือกใช้ให้เข้ากับตัวปัญหาและประสบการณ์ของผู้แก้ปัญหาเอง  แต่อย่างไรก็ตาม  วิธีการเหล่านั้นล้วนมีขั้นตอนที่คล้ายคลึงกัน  และจากการศึกษาพฤติกรรมในการเรียนรู้และแก้ปัญหาของมนุษย์พบว่า โดยปกติมนุษย์มีกระบวนการในการแก้ปัญหา ได้แก่ 

1. การวิเคราะห์และกำหนดรายละเอียดของปัญหา 

2. การเลือกเครื่องมือและออกแบบขั้นตอนวิธี 

3. การดำเนินการแก้ปัญหา 

4. การตรวจสอบและการปรับปรุง

ลองทำดู

สำนักข่าว CNN รายงานว่านักวิทยาศาสตร์ได้ออกมาเตือนว่าภูมิอากาศที่เพิ่มขึ้นสูงอย่างต่อเนื่องทั่วโลกอาจเป็นสาเหตุให้สุขภาพร่างกายของมนุษย์ได้รับความเสี่ยง ไม่ว่าจะเป็นการแพร่กระจายของเชื้อโรคหรือการขาดแคลนอาหาร ล่าสุดมีงานวิจัยที่ตีพิมพ์ลงวารสาร Nature Climate Change ได้ศึกษาผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของมนุษย์ ผลการศึกษาพบว่าเดือนไหนที่อุณหภูมิเพิ่มขึ้นอาจส่งผลให้อัตราการฆ่าตัวตายเพิ่มขึ้นด้วยเมื่อเปรียบเทียบการอัตราการฆ่าตัวตายในเดือนที่อุณหภูมิปกติ มาร์แชล เบิร์ก ผู้ช่วยศาสตรจารย์ภาควิชา Earth System Science มหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ดและหัวหน้าทีมวิจัยครั้งนี้กล่าวว่า พวกเขาทำการศึกษาโดยรวบรวมข้อมูลอัตราการฆ่าตัวตายในสหรัฐอเมริกาช่วงปี 1968-2004 และของเม็กซิโกช่วงปี 1990-2010 นำมาเปรียบเทียบกับข้อมูลอุณหภูมิและปริมาณน้ำฝนของสหรัฐอเมริกาและเม็กซิโก การศึกษาพบว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้น 1 องศาเซลเซียสเฉลี่ยในแต่ละเดือนส่งผลให้อัตราการฆ่าตัวตายในสหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้น 0.68% และในเม็กซิโกเพิ่มขึ้น 2.1% เบิร์กกล่าวว่าทีมวิจัยจะนำผลการศึกษาครั้งนี้ไปคาดการณ์อัตราการฆ่าตัวตายในปี 2050 ซึ่งประมาณการว่าการเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศอาจส่งผลให้มีจำนวนคนฆ่าตัวตายสูงถึง 14,020 คนในสหรัฐอเมริกา และ 7,460 คนในเม็กซิโก นอกจากนี้ในการศึกษายังพบว่าสภาพอากาศในแต่ละเดือนสัมพันธ์กับการใช้สื่อออนไลน์ โดยนักวิจัยได้ทำการรวบรวมข้อมูลการใช้ทวิตเตอร์ในสหรัฐอเมริกาช่วงเดือนพฤษภาคม 2014 ถึงเดือนกรกฎาคม 2015 จำนวน 622 ล้านบัญชี เปรียบเทียบกับรายงานอุณหภูมิรายเดือน พบว่าอุณหภูมิที่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 1 องศาเซลเซียสอาจส่งผลให้ผู้ใช้ทวิตเตอร์โพสต์แสดงอาการซึมเศร้าเพิ่มขึ้น 0.79% เบิร์กกล่าวต่ออีกว่างานวิจัยชิ้นนี้ยังคงมีข้อจำกัดอยู่ เนื่องจากศึกษาแค่ปัจจัยเดียว ซึ่งอาจมีปัจจัยอื่นๆ ที่ส่งผลให้คนฆ่าตัวตาย เช่น มีสมมติฐานหนึ่งที่ชี้ว่าภาวะเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อาจส่งผลทำให้สุขภาพจิตแย่ลงได้เช่นกัน “การฆ่าตัวตายเป็นภาวะที่ซับซ้อน ตอนนี้ยังไม่สามารถสรุปได้แน่ชัดว่ามีสาเหตุมาจากอะไร เพราะยังมีปัจจัยเสี่ยงอื่นๆ อีกมากมายที่นอกเหนือจากสภาพภูมิอากาศที่อาจส่งผลเสี่ยงในการฆ่าตัวตาย” ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก หรือ WHO รายงานว่าจำนวนผู้ที่เสียชีวิตจากการฆ่าตัวตายทั่วโลกมีจำนวนเฉลี่ย 800,000 คนต่อปี หรือ 78% ซึ่งมักเกิดในประเทศที่มีรายได้ในระดับปานกลางจนถึงต่ำ

จากข่าวข้างต้นลองออกแบบวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าว ด้วยกระบวนการการแก้ปัญหา