
- วัสดุอุปกรณ์
- ขั้นตอนและการจัดกิจกรรม
1. ครูชวนเด็กสนทนาเกี่ยวกับใครเคยเห็นแม่ต้มไข่ เคยเจาะเปลือกไข่ก่อนนำไข่ไปต้มหรือเปล่าค่ะ/ครับ
2. ครูแนะนำวัสดุอุปกรณ์ในการทำกิจกรรมลูกโป่งพองโตและขวดบุบเองได้
3. ครูใช้คำถามกระตุ้น เด็กๆเราจะทำยังไงบ้างค่ะที่จะทำให้ลูกโป่งพองโตได้โดยไม่ใช่ปากเป่า เด็กๆ ชอบที่สูบลมเข้าไป
4. ครูให้เด็กๆเป่าลูกโป่งเพื่อให้ลูกโป่งยืดหยุ่นได้ดีแล้วค่อยปล่อยลมออก นำลูกโป่งไปสวมที่ปากขวด นำขวดไปใส่ในแก้วสแตนเลสที่ใสน้ำร้อนแล้วการเปลี่ยนแปลงที่ลูกโป่ง
5. เมื่อลูกโป่งพองแล้วนำขวดในออกจากน้ำร้อน แล้วไปใสน้ำเย็น แล้วสังเกตลูกโป่งว่าเปลี่ยนอย่างไร
6. ครูตั้งคำถาม ถามเด็กๆ ทำไมนำขวดที่มีลูกโป่งใส่ภาชนะที่มีน้ำร้อนแล้วลูกโป่งพองโตได้ ทำไมนำขวดที่ลูกโป่งพองโตใสภาชนะน้ำเย็นลูกโป่งจึงยุบตัวได้
7. ครูและเด็กช่วยกันทำการทดลองครั้งที่ 2 โดยนำน้ำร้อนมาใส่ขวดพลาสติกประมาณครึ่งขวดปิดฝาให้แน่น แล้วเขย่าขวด เพื่อให้น้ำร้อนทั่วขวดแล้วเทน้ำร้อนออก ปิดฝาวางให้เด็กสังเกตการณ์เปลี่ยนแปลง ครูใช้คำถาม ถามเด็กๆว่าเพราะเหตุใดขวดจึงบุบเองได้ เด็กๆช่วยกันตอบว่า เพราะเทน้ำร้อนออก อากาศในขวดจึงเย็น อากาศจะหดตัวขวดก็จะแฟบ
8. ให้เด็กทำการทดลอง โดยครูดูแลใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย
9. ครูอธิบายการทดลองที่ 2 การขยายตัวของอากาศร้อนทำให้อนุภาคของอากาศภายในขวดมีน้อยกว่าขวดที่เท่ากันที่มีอากาศเย็นมันจะชนกันทำให้เกิดแรงดันอากาศ ในอากาศร้อนอนุภาคในขวดจะเคลื่อนที่อย่างรุนแรงชนกับผิวของขวดด้วยแรงที่มากกว่า เมื่ออากาศในขวดเริ่มเย็นตัวลง อนุภาคก็จะเคลื่อนที่ช้าลงและชนกับผิวขวดแรงที่น้อย และไม่มีอนุภาคใหม่เขามาแทนที่ ขวดจึงถูกอากาศนอกขวดกดไว้ จึงทำให้ขวดบุบเองได้
10. เด็กบันทึกการทดลอง และเด็กนำเสนอผลงานให้เพื่อนฟัง
11. เด็กและครูร่วมกันสรุป อากาศร้อนจะมีระยะห่างระหว่างอนุภาคมากขึ้น เคลื่อนที่เร็ว จะผลักและชนกันรุนแรง ต้องการพื้นที่มากกว่าอากาศเย็น เมื่ออากาศเย็นจะชิด ติดกันและเคลื่อนไหวน้อย ความร้อนจากขวดทำให้อากาศขยายตัวและต้องการพื้นที่มากขึ้น ในขวดแก้วไม่สามารถขยายตัวได้อากาศจึงต้องไปดันลูกโป่งให้พองตัวขึ้น เมื่อขวดน้ำเย็นไปวางในน้ำเย็น อากาศภายในขวดจะเคลื่อนที่น้อยและรวมตัวกันมากขึ้นจึงใช้พื้นที่น้อยลง อากาศในลูกโป่งจึงเคลื่อนกันในขวด ลูกโป่งจึงแฟบ