เป็นยุคของดนตรีระหว่างคริสต์ศตวรรษที่ 19 ลักษณะเด่นของดนตรีในยุคนี้ คือ เป็นดนตรีที่แสดงความรู้สึกของนักประพันธ์เพลงเป็นอย่างมาก ฉะนั้นโครงสร้างของดนตรีจึงมีหลากหลายแตกต่างกันไปในรายละเอียด โดยการพัฒนาหลักการต่าง ๆ ต่อจากยุคคลาสสิค หลักการใช้บันไดเสียงไมเนอร์และเมเจอร์ยังเป็นสิ่งสำคัญ แต่ลักษณะการประสานเสียงมีการพัฒนาและคิดค้นหลักใหม่ๆ ขึ้นอย่างมากเพื่อเป็นการสื่อสารแสดงออกทางอารมณ์และความรู้สึกของผู้ประพันธ์เพลงการใส่เสียงประสานจึงเป็นลักษณะเด่นของเพลงในยุคนี้ บทเพลงมักจะมีความยาวมากขึ้น เนื่องจากมีการขยายรูปแบบของโครงสร้างดนตรี มีการใส่สีสันของเสียงจากเครื่องดนตรีในการแสดงออกทางอารมณ์ ลักษณะการผสมวงพัฒนาไปมาก
วงออร์เคสตร้ามีขนาดใหญ่มากขึ้นกว่าในยุคคลาสสิค บทเพลงมีลักษณะต่าง ๆกันออกไป เพลงซิมโฟนี โซนาตา และเซมเบอร์มิวสิก ยังคงเป็นรูปแบบที่นิยมนอกเหนือไปจากเพลงลักษณะอื่น ๆ เช่น Prelude, Etude, Fantasia เป็นต้น
นักดนตรีที่ควรรู้จักในยุคนี้มีเป็นจำนวนมาก เช่น เบโธเฟน, ชูเบิร์ต, โชแปง, ลิสซท์, เมนเดลซอน, เบร์ลิโอส, ชูมานน์, แวร์ดี, บราหมส์, ไชคอฟสี, ริมสกี-คอร์สคอฟ, รัคมานินอฟ, ปุกซินี, วากเนอร์, ริชาร์ด สเตราห์, มาห์เลอร์ และซิเบลิอุส เป็นต้น